♥♥~Kame in QLAP 2013.9.19~♥♥

posted on 22 Dec 2013 17:35 by jokerizm in TRANSLATE
QLAP 2013.9.19
Kamenashi Kazuya
 
http://i148.photobucket.com/albums/s22/paracetamol_01/paracetamol_01018/QLAPkame.jpg
 
[แม้แต่ตอนนี้ทุกๆคนก็ยัง
นอนเล่นด้วยกันที่ห้องนั่งเล่นอยู่]


ถ้าพูดถึงสิ่งที่น่ารำคาญใจแล้ว ในละครมีบททะเลาะ
ระหว่างพ่อลูกอยู่ด้วย ว่าแต่ในความเป็นจริง มีความ
ทรงจำที่ว่าด้วยการทะเลาะกันกับพ่อบ้างไหม?

คาเมะ::ผมกับพ่อไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันถึงขั้นชกต่อยหรอก
ก่อนจะได้ทะเลาะกับพ่อ ผมก็คงโดนพวกพี่ๆเล่นงานไปแล้ว(หัวเราะ)
ถ้าเป็นที่โรงเรียนก็ยังจะพอมีที่ให้หนีบ้าง แต่อยู่ในบ้านมันไม่มีที่
ให้ผมหนีเลย ถ้าเมื่อไหร่ที่โดนพี่ชายเรียกไปหา ผมก็ต้องไปหา
อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ก็เพราะพี่ผมเค้าเป็นคนที่เด็ดขาดมากๆไง!
บ้านที่อยู่จะมี 2 ชั้น มีห้อง 6 เสื่อกับห้อง 3 เสื่อ ห้อง 6 เสื่อจะเป็น
ห้องของผมกับพี่ชายคนที่ 2 ส่วนพี่ชายคนโตจะอยู่ที่ห้อง 3 เสื่อ
น้องคนสุดท้องจะอยู่ที่ห้องชั้นล่างกับพ่อแม่ บนชั้น 2 นั้น ถ้าหาก
เลื่อนประตูกระดาษออก ห้องด้านบนก็จะกลายเป็นห้อง 9 เสื่อ
พี่ชายคนโตเค้าจะต้องเดินผ่านห้อง 6 เสื่อเพื่อไปยังห้อง 3 เสื่อ
ของเค้า ดังนั้นมันจึงเป็นเหตุผลที่เค้าจะต้องเดินผ่านห้องของพวกผม
และมันก็กลายเป็นว่า ไม่ว่าผมจะทำอะไรเค้าก็เห็นหมด!? สมัยที่ยัง
เป็นเด็ก ผมต้องใช้ชีวิตในแบบที่ว่า ห้ามทำให้พี่ชายของผมอารมณ์
เสีย(หัวเราะ) ถ้าหากผมเกิดอาการต่อต้านอะไรก็ตาม พี่ชายผมเค้า
จะเข้ามาหาก่อนเลย ดังนั้นแม้แต่จะต่อต้านพ่อแม่ผมก็ไม่เคยทำ
เลยสักนิด


แล้วพี่ชายเค้าโมโหเราด้วยเรื่องแบบไหน?

คาเมะ::สมัยที่ผมอยู่ม.1 ผมไปกันคิ้ว(หัวเราะ) แล้วตอนอยู่บ้าน
ผมก็จะเอาผมหน้าปัดลงเพื่อซ่อนคิ้วเอาไว้ พอไปโรงเรียนก็จะเปิด
ผมโชว์คิ้ว แต่พอผมกลับมาบ้าน พี่ชายผมเค้าก็เข้ามาเปิดผมหน้าขึ้น
แล้วก็บอกผมว่า "วางกระเป๋าแล้วตามขึ้นมาข้างบน" ผมก็ตอบ "ครับ"
ก่อนจะขึ้นไปที่ชั้น 2 พอขึ้นไปปุ๊บ พี่เค้าก็ส่งหมอนมาให้ แล้วให้ผม
ยัดหมอนไว้ที่หน้าท้อง จากนั้นก็ใส่แรงโมโหมาด้วยการกระหน่ำหมัด
ที่หมอนใบนั้นเลย(หัวเราะ) อาา คิดถึงจัง มาจนตอนนี้มันก็กลายเป็น
เรื่องเล่าดีๆที่ชวนหัวเราะไปซะแล้ว


เล่าเรื่องความทรงจำในหมู่พี่น้องบ้างรึเปล่า?

คาเมะ::อืม เรื่องที่ว่านั่น ตอนนี้ผมก็ใช้แซวพี่ชายคนโตของผม
บ่อยเลย(หัวเราะ) พอผมพูดว่า "นายทำฉันแสบนะ" พี่เค้าก็ตอบ
กลับมา "ขอโทษว่ะ" พี่ผมเค้าพูดได้แค่นั้นจริงๆ(หัวเราะ)


เรื่องที่พี่ชายคอยสอนมาตลอดมีเยอะแยะเลยนะ

คาเมะ::แน่นอนครับ แต่ว่าหัวหน้าครอบครัวของเราก็คือพ่อ
พ่อเป็นคนที่เด็ดขาดมาก แม่เองก็จะเลี้ยงพวกเราโดยคอยสอนว่า
"ต้องฟังในสิ่งที่พ่อสอน" ท่านไม่ได้พูดอะไรกับเราเป็นกิจลักษณะ
และไม่ได้ทำอะไรกับเราเป็นพิเศษ พวกเราใกล้ชิดกันมาก เราไม่มี
แม้ช่วงเวลาส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นตอนไปเที่ยว เราก็เคยค้างคืนในรถ
โดยไม่ยอมไปค้างที่โรงแรม แล้วก็เคยตั้งแคมป์ด้วยกัน เพราะ
อย่างนั้นจนถึงตอนนี้เราก็ยังเป็นครอบครัวที่สามารถนอนด้วยกันได้
ในห้องนั่งเล่น ถึงจะเป็นช่วงปีใหม่ที่ครอบครัวมาหาผมที่บ้าน เราก็จะ
ทำกันแบบนั้น ทุกคนจะนอนด้วยกันที่ห้องนั่งเล่นเสมอ มันให้อารมณ์
ประมาณว่า ไหนๆก็อุตส่าห์มาทั้งที ผมก็ต้องอยู่ที่นี่กับพวกเค้าซัก
หน่อย(หัวเราะ) ตอนนี้พี่น้องของผมเค้าก็แยกตัวออกไปและใช้ชีวิต
ของแต่ละคน แต่ผมก็ยังรู้สึกว่าครอบครัวของเรายังคงเชื่อมโยงหา
กันเสมอ


ว่าแต่ภาพครอบครัวในอุดมคติ
ของคาเมนาชิคุงเป็นแบบไหน?

อืม... ผมไม่ค่อยมีหรอกไอ้ที่ว่าอยากให้เป็นแบบนั้นแบบนี้
เพราะครอบครัวผมที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็ทำให้ผมมีความสุขมากแล้ว
ถึงมันจะมีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้น แต่ ณ เวลานั้นเราก็จะบอกว่า
"ทำแบบนี้กันดีกว่า" ซึ่งตอนนี้ครอบครัวของเราก็ยังคงทำแบบนั้นอยู่
อุดมคติของผมอาจจะแตกต่างกันไป ณ เวลานั้นๆ ไอ้ที่ว่า "ภรรยา
ในอุดมคติของผมต้องเป็นแบบนี้" ผมเองก็ไม่ได้กำหนดอะไร เรื่อง
ของลูกก็เหมือนกัน ผมว่ามันคงจะดีหากว่าครอบครัวของผม ณ เวลา
นั้นจะสามารถหันหน้ามาคุยกันได้ว่าเราจะทำอย่างไร เราจะสอนอะไร
ได้บ้าง อยากให้มันเป็นแบบที่ว่าเราทุกคนช่วยกันเลือกและทำทุก
อย่างด้วยกันได้มากกว่า


ถ้างั้นสุดท้ายนี้ก็มาถึงเรื่องในช่วงเวลาไพรเวทกันบ้าง จากนี้ก็จะมี
ละครเข้ามา คิดว่าทุกๆวันคงจะยุ่งมากขึ้น(สัมภาษณ์เมื่อปลายเดือน8)
ว่าแต่ก่อนหน้านั้นมีเวลาพักกับเค้าบ้างรึเปล่า?

คาเมะ::มีครับ ได้ใช้เวลาสบายๆ เต็มอิ่มกับหน้าร้อนสุดๆเลย
ได้แช่โอฟุโระสบายๆ ดูหนัง แล้วก็ลงสระด้วย


ลงสระ?

คาเมะ::ครับ หลังจากที่ผมวิ่งบนลู่วิ่งไปประมาณ 1 ชั่วโมงจนเหงื่อ
แตกพลั่กแล้วได้กระโดดลงสระน้ำเป็นอะไรที่ทำให้รู้สึกดีมากๆ!!
พอขึ้นจากสระก็จะนอนแกว่งเปลยวน เล่นสนุกอยู่คนเดียว


ดูท่าทางจะรู้สึกดีมากเลยนะ(หัวเราะ)

คาเมะ::ใช่มั้ยล่ะ(หัวเราะ) ผมจะนอนอ่านหนังสือบนเปลยวน
แล้วตอนกลางคืนก็จะมานั่งเซิร์ชอินเตอร์เน็ตเล่น ถ้าหากมีคน
ที่ผมข้องใจสงสัยอยากรู้ ผมก็จะเซิร์ชหาทันที ไอ้ที่สงสัยก็
อย่างเช่นว่า คนๆนี้เค้ามีภูมิหลังแบบไหน(หัวเราะ) ตอนที่ดูหนัง
ฝรั่ง พอคิดว่าหนังเรื่องนี้เราดูมาจากที่ไหน ผมก็จะไปเซิร์ชหา
จากหลายๆแหล่งว่า มีผลงานอื่นอีกรึเปล่า หนังเรื่องนี้ต้นกำเนิด
มาจากที่ไหน เซิร์ชหาจนถึงเช้าเลย แล้วทีนี้พอเปิดทีวีเห็นหน้า
ผู้ประกาศข่าวในรายการข่าวตอนเช้าปุ๊บ ผมก็จะพูดทักเค้าว่า
"ราตรีสวัสดิ์" แล้วก็จะเข้านอนตอนนั้นแหละ


ช่างเป็นชีวิตที่ไม่เร่งรัดกับเวลาเลยนะ(หัวเราะ)
แล้วได้ไปเที่ยวที่ไหนมาบ้างรึเปล่า?

คาเมะ::ก็ไปนะครับ ปีนี้ได้ไปต่างประเทศหลายที่เลย ซึมซับ
บรรยากาศมาเยอะมาก พอได้ไปเที่ยวแล้วมีเวลาเป็นของตัวเอง
มันรู้สึกเหมือนกับเราได้เพิ่มอาวุธลับในการจัดการงานต่อๆไปได้
มากกว่าการไปเที่ยวสนุกอย่างเดียว การไปหาประสบการณ์ใน
แบบที่ไม่ต้องคิดอะไร มันก็มีเรื่องงานโผล่มาได้เหมือนกัน ผมคิด
อยู่เสมอว่าเวลาไพรเวทของผมจะมีเรื่องงานมาเกี่ยวด้วยซะครึ่งหนึ่ง
หลังจากที่ได้ใช้ช่วงเวลาดีๆแล้วผมก็เข้าสู่งานละคร แต่ยังไงซะ
ตอนนี้ผมก็ยังคิดอยู่ตลอดนะว่ามันได้สร้างผลลัพธ์ที่ดีๆให้เกิดขึ้น
กับผมแล้ว
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet