♥♥~Kame&Yucchi in Myojo 2013.11~♥♥

posted on 22 Dec 2013 17:51 by jokerizm in TRANSLATE
Myojo 2013.11
Kame&Yucchi
 
 
ถึงจะนอนไม่พอแต่ก็ยังยิ้มได้!
นี่แหละคือเสน่ห์ของผลงานในแบบฉบับมิกิล่ะ

คาเมะ - โอ้ ไม่เจอกันนานเลยนะ!
ยุจจิ - โอ้ เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนตอนที่คาเมะโทรมาหาฉัน
ฉันไม่ได้รับล่ะ...บางทีเราอาจจะคลาดกันตั้งแต่ตอนนั้นมั้ง?
คาเมะ - ก็โทรไปเรื่องงานน่ะ ฉันโทรไปหาอุเอดะแล้ว
เลยคิดว่ากับนากามารุเอาไว้ค่อยคุยตอนที่เจอกันคราวหน้าก็ได้
ก็เลยปล่อยเลยตามเลย(หัวเราะ) แล้วเป็นไง? ตารางถ่ายละคร
ทรหดสุดๆไปเลยใช่มั้ย?
ยุจจิ - ทรหดอย่างถึงที่สุดเลย!
คาเมะ - ตอนที่ถ่ายหนังเรื่อง Ore Ore ฉันได้นอนแค่ 2-3 ชั่วโมง
ต่อวันเอง
ยุจจิ - จริงดิ แต่ฉันยังไม่ถึงขนาดนั้นอ่ะ ตอนนี้ฉันเองก็พยายามที่
จะไม่คิดอะไรไปก่อน ทั้งที่ทุกๆวันฉันต้องถ่ายละครตั้งแต่เช้าจนถึง
เที่ยงคืน ไม่มีเวลาเป็นของตัวเองจนเกือบจะถอดใจอยู่แล้ว
คาเมะ - แต่นายก็ยังไม่มีการถ่ายละครที่ต้องไปค้างคืนนี่ ดีออก
ยุจจิ - ไม่นะ ต่อจากนี้ก็มีไปค้างคืนด้วย ดูเหมือนจะหนักเอาการ
คาเมะ - อืม ก็ถ้าค้างคืนอ่ะนะ จะต้องถ่ายตั้งแต่ 6 โมงเช้ายันตี 4
ของอีกวัน กลับถึงห้องอาบน้ำก็ได้นอนประมาณ 2 ชั่วโมง แล้วตอน
7 โมงเช้าก็เริ่มถ่ายต่อ ฉันน่ะเป็นแบบนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ได้
ยุจจิ - แบบนั้นมันน่าจะเรียกว่างีบหลับมากกว่านอนหลับอีกนะ?
คาเมะ - ใช่ แต่นี่มันก็ทำให้ก้าวข้ามผ่านความเหนื่อยล้ามาได้ เผลอๆ
ยังทำให้รู้สึกดีจนอะเลิทเลยด้วย ฉันว่ามันก็มองได้อีกมุมนึงนะ?
ถ้าเราทุ่มเทให้กับการถ่ายทำมากๆเข้า กองถ่ายเองก็คงตึงเครียด
ตามไปด้วย
ยุจจิ - เก็ทละ
คาเมะ - ดีเนอะ เห็นว่าทั้งสต๊าฟและนักแสดงร่วมเหมือนกันกับ
เรื่อง Ore Ore เลย แถมไอ้ของประกอบฉากเล็กๆน้อยๆก็น่าสนใจ
มากด้วยใช่ป่ะ?
ยุจจิ - อืม มีอะไรหลายอย่างให้ได้หัวเราะเยอะเลย
คาเมะ - ฉันน่ะมักจะฮากับไอ้ของประกอบฉากเล็กๆน้อยๆทุกวันเลยล่ะ
ยุจจิ - อย่างโปสเตอร์ที่ติดอยู่ในร้านน่ะ เขียนเอาไว้ว่า "จะเลิกทำ
หมี่เย็นสไตล์จีน" แล้วในเมนูโซบะก็เขียนไว้ด้วยว่า "ทานุกิโซบะ
คิซึเนะโซบะ ฮาคุบิชินโซบะ"
คาเมะ - ฮาดีอ่ะ ฉันได้ยินมาว่านี่เป็นละครที่ได้ร่วมงานกับนากามารุ
ผู้กำกับเค้าก็เลยทุ่มเทเขียนบทขึ้นมาล่ะ
ยุจจิ - งั้นเหรอ จะว่าไปในละครน่ะ มีร้านที่ฉันจะต้องไปประจำ
แต่ไม่รู้ทำไมชื่อร้านนั้นมันถึงได้ชื่อว่า "โมอาย" นี่สิ
คาเมะ - ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ(ระเบิดขำ)
ยุจจิ - มันต้องมีอะไรแปลกๆแน่เลยว่าป่ะ? ในร้านอ่ะ ไม่ว่าจะไป
ทางไหนก็เห็นแต่รูปปั้นโมอายตั้งอยู่เต็มไปหมด!?
คาเมะ - ก็ดีออก
ยุจจิ - ดีอะไรล่ะ ฉันว่ามันแปลกจะตาย!
คาเมะ - นากามารุกับโมอายก็ดูคล้ายกัน เค้าเลยเอามาตั้งเรียงกันรึเปล่า?
ยุจจิ - ฉันเองก็ไม่ได้ถามกับผู้กำกับหรอกนะ แต่ละครคราวนี้ในเรื่องของฉาก
ฉันรู้สึกว่าเค้าจะต้องจับอะไรสักอย่างในตัวฉันไป และไม่แน่ว่าโมอายใน
ร้านนั่นก็อาจจะใช่...
คาเมะ - นายถามใครมารึยัง?
ยุจจิ - ฉันถามสต๊าฟว่า "ทำไมต้องเป็นโมอายล่ะ?" เค้าก็บอกว่า
ตอนที่ตกลงกันเกี่ยวกับอิมเมจของร้าน เค้าได้ถามกับฝ่ายศิลป์ว่า
"แนวแบบไหนที่คุณจะสามารถทำได้ทันที?" ฝ่ายศิลป์เค้าก็บอกกลับ
มาว่า "ถ้าเป็นโมอายก็ทำได้เลย" เค้าก็เลยกำหนดออกมาว่าให้เป็น
โมอาย นายว่ามันไม่ดูโม้ไปหน่อยเหรอ? แล้วไอ้ที่ว่ามีแต่โมอายเต็ม
ไปหมดแบบนั้นมันหมายความว่าไง? ถ้าเป็นโมอายก็ทำได้เลย พูดแบบนี้
มันไม่แปลกเหรอ?
คาเมะ - หึ มันบังเอิญรึเปล่า(หัวเราะ)
ยุจจิ - ฉันเองก็สงสัยอยู่(หัวเราะ) ตอนที่กำหนดออกมาว่าฉันจะได้เล่น
ละครเรื่องนี้ ตอนแรกคาเมะเองก็เคยบอกฉันเกี่ยวกับวิธีการทำงานของ
มิกิซังมาบ้างใช่ป่ะ? ตอนนั้นฉันเองยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากมาย แต่พอ
เริ่มถ่ายละครฉันก็เริ่มเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ
คาเมะ - 1 ตัวอักษรคือ 1 คำ ใช่มั้ย?
ยุจจิ - อืม 1 ตัวอักษรคือ 1 คำ
คาเมะ - เค้าได้บอกเรื่องจังหวะด้วยมั้ย?
ยุจจิ - อืม คาเมะเคยบอกฉันอยู่ ว่าผู้กำกับเค้าจะบอกว่า "บทพูดน่ะ
ห้ามผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียว" แล้วก็ "ใส่ใจจังหวะในการพูดด้วย"
ซึ่งประโยคพวกนี้ผู้กำกับพูดกับฉันบ่อยมาก ทำให้ฉันเข้าใจอย่าง
ถ่องแท้เลย
คาเมะ - ในบทพูดนึงเค้าเองก็พูดแบบนั้นกับฉันบ่อย แต่น่าอิจฉาชะมัด
ละครเรื่องเยี่ยมที่เป็นผลงานในแบบฉบับมิกิมันต้องสนุกแน่ๆ
ยุจจิ - งั้นเหรอ? เอาไว้ฉันจะพยายามนะ!


เป็นดารานี่ดีจัง...
แล้วการพบเจอที่ใฝ่ฝันมมาตลอดนั่นคือ?

ยุจจิ - แล้วนายล่ะเป็นไงบ้าง?
คาเมะ - ละครเรื่อง Tokyo Bandwagon คนที่เล่นเป็นพ่อฉันก็คือ
ทามากิซังล่ะ!
ยุจจิ - ดีจังเลย!
คาเมะ - ฉันบอกกับทามากิซังว่า "นากามารุที่อยู่วงผมเค้าชอบ
เพลงของทามากิซังมากเลย เค้าฟังเพลงตลอดเลยด้วย" เค้าดูดีใจ
มากเลยนะ
ยุจจิ - อืม ไปคาราโอเกะทีไรฉันต้องร้องเพลงเค้าตลอด อย่างเพลง
Wine Red no kokoro ที่ทามากิซังแต่ง ฉันจะต้องเอามาร้องเสมอเลย
คาเมะ - แต่มันก็น่าแปลกเนอะ ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันดูละครเรื่อง Coach
แล้วก็ซื้อซีดีเพลง Den-en ของทามากิซังมาด้วยเงินค่าขนมของตัวเอง
ตอนนั้นฉันฟังมันบ่อยมากๆ แล้วพอมาคิดดูแล้ว นั่นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่
ทำให้ฉันคิดอยู่เสมอว่า "ฉันมีความฝัน ฝันนั้นก็คือวงการบันเทิง" และ
ฉันก็ซื้อซีดีเพลงของอุจิดะ ยูกิจัง คนที่เล่นเรื่อง Ore Ore กับฉันด้วย
ซึ่งมันก็อาจจะเป็นเหตุที่ทำให้ฉันได้เล่นคิสซีนในหนังกับคนที่ฉันปลาบ
ปลื้มมาตลอดก็ได้
ยุจจิ - นายคงอยากจะบอกอะไรกับตัวเองในวัยเด็กสินะ
คาเมะ - ฉันจะบอกว่า "นายน่ะ จะได้เล่นคิสซีนกับอุจิดะยูกิเลยนะ!"(หัวเราะ)
ยุจจิ - มันเป็นเรื่องที่สุดยอดเลย ตั้งแต่เด็กๆฉันก็ดูการแข่งขันเจลีก
ทางทีวีอยู่บ่อยๆ ซึ่งตอนนั้นฉันเชียร์ทีม Verdy แล้วทีนี้ในรายการ
Shuu ichi ฉันได้นั่งใกล้กับคิตาซาว่า ซึโยชิซัง ได้คอมเมนท์ด้วยกัน
เป็นเรื่องที่สุดยอดมากๆ
คาเมะ - ช่วงนี้มีเด็กวัยรุ่นมาบอกฉันบ่อยๆว่า "ดูโกคุเซ็นด้วยล่ะ"
แล้วก็บอกว่า "ตอนนั้นมันสนุกมากๆเลยครับ!" นี่เค้าใช้รูปอดีตพูด
กับฉันเหรอ? หมายความว่าตอนนี้ไม่ได้ชอบละครเรื่องนี้แล้วงั้นสิ
ยุจจิ - ยังไม่เคยมีใครมาพูดกับฉันแบบนั้นเลย
คาเมะ - แล้วดาราที่นายเคยเจอแล้วประทับใจคือใคร?
ยุจจิ - ใครกันน้า ฮิโรสุเอะมั้ง?
คาเมะ - โฮ่ววว
ยุจจิ - ฉันประทับใจเค้ามาก ฉันบังเอิญเจอเค้าตอนที่ไปเดินที่เอบิสึ แค่นั้นจริงๆ
คาเมะ - นั่นมันเป็นเรื่องเล่าที่ไม่เห็นจะเกี่ยวกับวงการบันเทิงตรงไหนเลย(หัวเราะ)
ยุจจิ - แต่ในความคิดฉัน ช่วงที่ฉันอยู่มอต้น ฮิโรสุเอะเค้าดังมากเลยนะ
คาเมะ - งั้นถ้าให้พูดถึงจอห์นนี่ส์นายประทับใจใคร?
ยุจจิ - เอ......?
คาเมะ - สำหรับฉันคือทักกี้ ตอนที่ไปออดิชั่นแล้วฉันต้องอยู่ที่นั่นจนถึงเย็น
ทักกี้เค้าเข้ามา ทำเอาฉันคิดว่า "ว้าวว นี่มันตัวจริงเสียงจริงนี่หว่า" ฉันเป็นแค่
คนธรรมดาๆที่เพิ่งผ่านออดิชั่น แต่แค่นั้นก็รู้สึกประทับใจแล้ว แล้วหลังจากนั้น
พอได้เริ่มงานมาสักพัก ฉันก็ได้เจอกับ SMAP ตอนนั้นฉันประทับใจจนพูด
ออกมาว่า "มีชีวิตอยู่จริงๆด้วย!"
ยุจจิ - หมายถึง "มีตัวตนอยู่จริงๆด้วย" อย่างนั้นรึเปล่า?
คาเมะ - ใช่ ฉันได้เจอกับคิมุระคุงครั้งแรกและเราได้ไปกินข้าวด้วยกัน
ตอนที่เค้านั่งข้างๆฉัน ฉันเอาแต่จ้องเค้าแล้วก็คิดว่า "ม...มีชีวิตอยู่จริงๆด้วย"
พวกรุ่นพี่หลายๆคน ก็ได้ยืนอยู่ด้วยกันบนเวทีเคาท์ดาวน์คอนเสิร์ตแล้วก็
ได้เจอกันมาแล้ว แต่มีแค่ SMAP เท่านั้นที่ฉันยังไม่เคยได้เจอ เค้าเป็น
เหมือนดาราที่โลดแล่นอยู่ในทีวีมาตลอด ฉันเลยคิดว่า "มีชีวิตอยู่จริงๆ
ด้วยสินะ" "นั่งกินข้าวอยู่ด้วย" ประมาณนี้
ยุจจิ - ประทับใจสุดๆไปเลยสินะ? ฉันเองก็ประทับใจทักกี้เหมือนกันล่ะ
คาเมะ - จริงนะ ทำให้ฉันคิดว่า "ทุกๆวันจะต้องพยายามกับอะไรสักอย่างให้ได้"
ยุจจิ - ที่นายพูดน่ะมันคือเนื้อเพลง Den-en!
คาเมะ - ก็พอได้ฟังเพลงของทามากิซังแล้ว สวิตช์แบบ Tokyo Bandwagon
มันก็เริ่มทำงานเลยอ่ะ ทามากิซังนี่สุดยอดจริงๆ ก่อนเปิดกล้องเค้าชวนฉันไป
เที่ยวบ้านด้วย ตั้งแต่นาทีที่ได้เจอหน้ากันเค้าก็เข้ามากอดฉันแล้วเรียกฉันว่า
"ไอ้ลูกชาย"(หัวเราะ) แถมยังให้ฉันฟังเพลงตั้งหลายเพลง ไม่ได้นั่งเลยล่ะ
ยุจจิ - บ้านเค้าไม่มีเก้าอี้เหรอ?
คาเมะ - เก้าอี้น่ะมี(หัวเราะ) เวลากินข้าวก็นั่งกินเหมือนปกติแหละ
ยุจจิ - แต่นอกจากนั้นก็คือยืนตลอด?
คาเมะ - ใช่
ยุจจิ - ทำไมวะ? บ้านเค้ามีกฏแบบนั้นด้วยเหรอ?
คาเมะ - (คาเมะสาธิตให้นากามารุดูด้วยการเดินเข้าไปจับมือนากามารุ
และกอดซ้ำไปซ้ำมา) มันเป็นแบบนี้ตลอดเลย
ยุจจิ - ไม่ยอมอยู่เฉยเลยใช่มั้ยเนี่ยะ!
คาเมะ - อืม ฉันเป็นลูกชายเค้าไปแล้ว
ยุจจิ - สมแล้วที่เป็นศิลปิน ถ้าเป็นฉัน ฉันอยากนั่งล่ะ(หัวเราะ)
คาเมะ - อืม ยอดอัจฉริยะเลย แล้วก็ดูซื่อๆด้วย จากนี้ก็ดูท่าทางจะเป็น 3 เดือน
ที่น่าตื่นเต้นไม่น้อย ฉันตั้งหน้าตั้งตารอเลยล่ะ
ยุจจิ - นั่นสินะ ก็มาติดตามดูซึ่งกันและกันนะ
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet