♥♥,,,[Short Fic]Eyelash (The End),,,♥♥

posted on 22 Dec 2013 16:38 by jokerizm
http://i148.photobucket.com/albums/s22/paracetamol_01/paracetamol_01016/eyelash5.jpg
 
Eyelash The End
 
 
 

ตั้งแต่เดินหนีทุกคนเข้าห้องมา ร่างบางก็ปิดตายขังตัวเองอยู่ในห้อง นั่งกอดเข่าร้องไห้เสียใจอยู่คนเดียวไม่ยอมลุกไปไหน หัวใจมันเจ็บ แค่จะขยับตัวมันก็กระเทือนไปถึงหัวใจแล้ว และน้ำตาที่เพิ่งบังคับให้มันหยุดไหล ก็กลัวว่ามันจะไหลลงมาจนเปรอะเปื้อนแก้มใสๆนั่นอีก

 

ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย....

 

“ไปตายที่ไหนก็ไปเลย ผู้ชายอุบาทว์ๆอย่างผู้จัดการ ไม่มีใครอยากได้หรอก!”

 

พูดกับใครกันนะ? ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่การได้ตะโกนเอาความอัดอั้นในใจทิ้งไปพร้อมกับทุบแรงๆที่หมอนนุ่มนั่นก็พอให้ได้ระบายอะไรออกไปบ้าง ตอนนี้มันทำได้แค่นี้ แต่อนาคตต่อจากนี้ล่ะ จะต้องทำแบบไหน จะเอายังไง ลาออกดีไหม? ไหนๆไปบริษัทก็ต้องเจอหน้า งั้นก็ลาออกเลยสิ จะได้ตัดปัญหาไม่ต้องเจอหน้ากัน

 

ลาออก.....คาซึยะจะลาออก!

 

“มันจะได้จบไง แบบนั้นคงดีกว่า”

 

คาเมะพูดออกมาลอยๆคนเดียวด้วยสติที่เลื่อนลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตัวเล็กๆคิดได้ด้วยอารมณ์ที่วู่วามเต็มแก่พลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงหมายจะเดินเข้าห้องนอนอีกครั้งและเปิดเว็บไซต์บริษัทหน้าฝ่ายบุคคลเพื่อปรินท์ใบลาออกออกมาเขียนอย่างที่คิด ก็ไม่รู้จะต้องทำยังไง หากว่าผู้จัดการไปดูตัวคราวนี้แล้วปิ๊งกันจริงๆ เขาก็คงเป็นแค่ส่วนเกิน เป็นอดีตที่ผู้จัดการคงไม่อยากจะมอง เป็นไอ้คนงี่เง่าที่ผู้จัดการคงจะจำไปจนตายว่าเรื่องมากทำให้ยุ่งยากใจ ดีเหลือเกินที่ไม่ได้เป็นแฟนกับคนอย่างเขา ก็ดี...เราจะไปจากเขาเอง จะไม่ทำตัวเยอะ งี่เง่าให้เขาไม่สบายใจอีกแล้ว.....

 

แต่ทว่า.....ตอนนั้น...

 

 

“ก๊อกๆๆๆๆ”

 

 

เสียงเคาะกระจกที่รัวและดัง ทำเอาเจ้าของห้องที่กำลังจะเดินจ้ำๆเข้าไปปรินท์ใบลาออกต้องหยุดชะงักเหมือนกำลังเล่นแปะแข็งอยู่ เสียงนี้ เขามั่นใจว่ามันไม่ใช่เสียงเคาะที่มาจากประตูห้อง ร้อยทั้งร้อยมันต้องมาจากประตูระเบียงแน่นอน แต่ตอนนี้เขาไม่อาจรู้ได้เลยว่ามีอะไรมาเคาะกระจกเพราะเล่นปิดม่านบิวท์บรรยากาศเสียอึมครึมหม่นหมอง ความกลัวเข้าคืบคลานแทรกซึมดิ่งลึกลงไปในจิตใต้สำนึกและมโนภาพ แม้เวลานี้จะเป็นเวลาบ่าย แต่สิ่งเร้นลับมันเคยเลือกเวลาเสียเมื่อไหร่ อยากมาก็มา ไม่มีบอกกล่าวหรือส่งโทรเลขมาบอกกันก่อนหรอก

 

“................ปังๆๆๆๆๆ”

 

เสียงเคาะกระจกยังดังระรัวและหนักข้อขึ้นกลายเป็นทุบพาเอาหัวใจคาเมะเต้นสั่นรุนแรง มันทำเอาเขาปรับอารมณ์ไม่ค่อยจะถูกเท่าไหร่ เพิ่งเสียใจและเศร้าหนักกับเรื่องของผู้จัดการมา ตอนนี้ก็ยังต้องมาลุ้นอีกว่าไอ้แขกไม่ได้รับเชิญที่มาเคาะประตูระเบียงเสียงดังนั่นมันคืออะไรอีก แต่แม้ว่าจะกลัว แม้ว่าจะคิดถึงสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ไปต่างๆนานาก็ตาม คาเมะก็ได้ตัดสินใจเยื้องย่างก้าวเท้าไปยังประตูระเบียงอย่างช้าๆ ทีละก้าว....ทีละก้าว....ทีละก้าว ทั้งที่ก็เห็นอยู่ว่า เสียงที่เคาะนั่นยังคงดังระรัวไม่ต่างจากเดิม

 

และในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ตัวเล็กๆก็เดินมาถึงม่านสีครีมบางเบาที่ปิดประตูกระจกทั้งบานเสียมิดชิด ใบหน้าน่ารักที่เปื้อนคราบน้ำตาเจือจางไปด้วยความหวาดกลัวที่เก็บไว้ไม่อยู่ มือเล็กๆนั้นค่อยๆเอื้อมไปจับขอบผ้าม่านด้านหนึ่งพลางกำไว้แน่นและนับหนึ่งถึงสามในใจเพื่อที่จะใช้ความกล้าตรงนั้นในการเปิดมันรวดเดียวให้เห็นกับตา.....เอาล่ะ....

 

หนึ่ง.....

 

สอง.....

 

 

 

สาม!!!!...

 

 

 

“...........................!!!!!!!”

 

 

“ปังๆๆๆๆๆ!!!!!”

 

ผ้าม่านเปิดพรึ่บรวดเดียวเผยภาพตรงหน้าชัดเต็มสายตาและทำเอาคาเมะตกใจจนแทบจะผงะหงายหลังลงกับพื้นพรมสีเทานุ่มนิ่ม ไอ้ตัวเล็กพยายามรวบรวมสติที่มันกระเจิงให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้งและสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกอย่างช้าๆ โอเค...รู้แล้ว เขาไม่กลัวแล้ว ไม่ระแวงแล้ว แต่อยากฆ่าคนเป็นบ้าเลย!!

 

ไอ้โนบุ มันมาโผล่ที่ระเบียง แล้วแถมยังเอาหน้ามาแนบกับกระจกเสียชิดแน่นจนเนื้อหนังมันจะติดไปกับแผ่นกระจกอยู่แล้ว

หน้ามันๆแนบกับกระจกใสๆที่เขาเพิ่งขัดใหม่ๆเมื่อไม่กี่วัน เป็นคราบเต็มไปหมดเลย ไอ้บ้า ไอ้ทุเรศ

อยู่ๆก็มาแบบนี้ ผลักตกตึกซะดีไหม!

 

“นายมาโผล่ที่ระเบียงฉันได้ยังไงโนบุ!”

 

“อย่าเพิ่งถามได้ไหมวะ แม่งกว่าจะเปิด หนาวจนจะแข็งตายอยู่แล้ว ถอย!!”

 

คาเมะเปิดประตูให้พร้อมกับใส่คำด่าไปหนึ่งชุด แต่โนบุผู้ไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับความรู้สึกคนอื่นก็ผลักอกคาเมะให้ถอยหนีแล้วรีบรี่ไปเปิดเตาไฟฟ้าที่วางสงบนิ่งอยู่ด้านข้างโซฟา นึกสภาพดูแล้วก็น่าเวทนาพิลึก ผู้ชายตัวแห้งๆตาโปนๆที่นุ่งแค่บ็อกเซอร์สั้นๆตัวเดียว นั่งยองๆถูมือตัวเองแรงๆแล้วเป่าฟู่ๆคลายความหนาวเหน็บ ทันทีที่โดนความร้อนจากเตาไฟฟ้าช่วยชีวิต ไอ้แห้งอูกานดานี่ก็ละลายเยิ้มเคลิบเคลิ้มเหมือนโมจิที่โดนย่างจนอ่อนยวบยาบ อยากจะสงสารมันเหมือนกันนะ แต่เวลานี้ไม่มีอารมณ์จริงๆ สงสารตัวเองยังจะดีกว่าอีก

 

“เสียใจไม่ว่านะเว่ยคาเมะ แต่ขอเหอะ อย่าปล่อยคนอื่นเขาทิ้งไว้ข้างนอกสิวะ รู้ไหมว่าฉันโดนไอ้โย่งเพื่อนนายบังคับให้ไปเคาะห้องไอ้สิบล้อหน้าโจรแล้วขอมันปีนระเบียงข้ามมาห้องนาย ถ้าฉันตกไปตายรู้ไว้เลยว่าเป็นเพราะนาย! เออใช่.....ลืมไอ้โย่งเลย โย่งโว้ย เข้าห้อง!”

 

คาเมะอุตส่าห์บิวท์บรรยากาศอึมครึมไว้เสียดิบดี ไอ้ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ก็เข้ามาทำลายหมด แต่เดี๋ยวนะ....เมื่อกี๊พูดถึงทางุจิใช่ไหม ที่บอกทางุจิบังคับให้ทำแล้วก็เดินไปเปิดห้องให้ทางุจิ นี่อย่าบอกนะว่าทางุจิยังไม่กลับ ไม่ได้นะ....เขาโกรธทางุจิด้วยเหมือนกัน ไม่อยากเจอหน้า ไม่ให้เข้านะ!

 

“โนบุ.....อย่าเปิด!”

 

คาเมะส่งเสียงเฉียบขาดสั่งการไล่หลังโนบุไปด้วยสติสัมปชัญญะที่ครบถ้วน แต่อย่าลืมสิ ห้องคาเมะไม่ได้ใหญ่โตถึงขนาดที่เรียกได้ว่าห้องนั่งเล่นกับประตูห่างกันเป็นกิโล กว่าคาเมะจะรู้สึกตัวแล้วห้ามไว้ ทางุจิก็เดินเข้ามาในห้องได้แล้วเรียบร้อย

 

แล้วยังไง คาเมะก็หนีไม่พ้น สุดท้ายไอ้โย่งเพื